1. รูปแบบสองกลุ่ม
รูปแบบต่อเนื่องอธิบายการพักตัวภายในแนวโน้ม ส่วนรูปแบบกลับตัวอธิบายการเปลี่ยนสมดุลระหว่างแรงซื้อและแรงขาย ชื่อรูปแบบช่วยสื่อสาร แต่ไม่ได้สร้างความได้เปรียบโดยอัตโนมัติ สิ่งสำคัญคือโครงสร้างราคา ตำแหน่ง และแผนเมื่อราคาไม่เป็นไปตามคาด
2. รูปแบบต่อเนื่อง
ธง สามเหลี่ยม และกรอบสี่เหลี่ยมอาจเกิดเมื่อราคาพักหลังเคลื่อนไหวแรง การบีบตัวอาจนำไปสู่การขยายช่วงราคา แต่ทิศทางยังไม่แน่นอน รอเงื่อนไขยืนยันตามกฎ เช่น การปิดนอกกรอบ และพิจารณาว่าจุดเข้าอยู่ไกลจากจุดตัดขาดทุนเกินไปหรือไม่
3. รูปแบบกลับตัว
ยอดคู่ ฐานคู่ และหัวและไหล่สะท้อนความพยายามเดินหน้าที่อ่อนแรงลง รูปแบบยังไม่สมบูรณ์เพียงเพราะรูปร่างคล้ายตัวอย่าง การหลุดแนวสำคัญอาจช่วยยืนยัน แต่ก็กลับเข้าโซนเดิมได้ วัดความเสี่ยงจากจุดที่แนวคิดผิด ไม่ใช่จากความมั่นใจในชื่อรูปแบบ
4. ทำไมการทะลุกรอบจึงล้มเหลว
ราคาสามารถทะลุแนวต้านชั่วคราวแล้วกลับลงมาได้จากสภาพคล่องหรือการเปลี่ยนแรงซื้อขาย กำหนดว่าจะใช้การปิดแท่ง ปริมาณ หรือการทดสอบแนวเดิมเป็นเงื่อนไขเข้า ไม่มีตัวกรองใดกำจัดสัญญาณหลอกได้ทั้งหมด วางแผนออกเมื่อการทะลุล้มเหลวเสมอ
5. บริบทสำคัญกว่ารูปร่าง
รูปแบบเดียวกันอาจให้ผลต่างกันในตลาดขาขึ้นและขาลง ตรวจแนวโน้มใหญ่ สภาพคล่อง ความผันผวน และกำหนดประกาศผลประกอบการ การซื้อใต้แนวต้านใหญ่ที่อยู่ใกล้อาจมีพื้นที่ทำกำไรน้อย แม้รูปแบบย่อยดูสวย อย่าแยกภาพกราฟออกจากบริบท
6. เปลี่ยนรูปแบบให้เป็นแผน
ระบุเงื่อนไขเข้า จุดยกเลิกแนวคิด ขนาดสถานะ และวิธีออกก่อนส่งคำสั่ง หากเข้าที่ 100 บาทและแผนตัดขาดทุนที่ 96 บาท ความเสี่ยงตามแผนคือ 4 บาทต่อหุ้นก่อนต้นทุน ใช้ระยะนี้คำนวณขนาด ไม่ใช่ซื้อจำนวนเดิมกับทุกกราฟ
7. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
อย่าฝืนวาดเส้นเพื่อให้กราฟตรงกับความต้องการ อย่าเข้าก่อนยืนยันเพราะกลัวตกรถ อย่าละเลยสภาพตลาด และอย่าขยายจุดตัดขาดทุนเพื่อรักษาความเชื่อ บันทึกทั้งตัวอย่างที่สำเร็จและล้มเหลว แล้วประเมินกฎจากชุดข้อมูลที่เพียงพอ
อ่านต่อ
การวิเคราะห์ทางเทคนิค: อ่านกราฟหุ้นอย่างไร · วิธีสร้างระบบเทรด · การบริหารความเสี่ยงและขนาดสถานะ · วิธีคัดกรองหุ้นสำหรับการเทรด · จิตวิทยาการเทรด: ทำตามแผนอย่างไร · ศัพท์การเทรดหุ้น: 66 คำสำคัญ
อ่านต่อในหนังสือภาษาไทย
Trade Stocks Like A.I. ขยายหัวข้อเหล่านี้ด้วยตัวอย่างกราฟ กฎการเทรด และสถานการณ์จริง