1. เริ่มจากกลุ่มหุ้นที่เทรดได้จริง
เลือกตลาดและประเภทหลักทรัพย์ที่เข้าใจ ตรวจราคา มูลค่าซื้อขาย สเปรด และข้อจำกัดโบรกเกอร์ หุ้นที่กราฟดูน่าสนใจอาจซื้อขายจริงยากหากสภาพคล่องต่ำ ตัวกรองควรตัดหุ้นที่ไม่เหมาะกับขนาดเงินทุนและเวลาที่คุณติดตามได้ก่อน
2. สภาพคล่องมาก่อนสัญญาณ
พิจารณามูลค่าซื้อขายเฉลี่ยและสเปรดร่วมกับจำนวนหุ้น อย่าใช้ปริมาณหุ้นเพียงอย่างเดียวเพราะราคาหุ้นต่างกันมาก คำสั่งใหญ่เมื่อเทียบกับตลาดอาจดันราคาและเพิ่มต้นทุน ตรวจสภาพคล่องช่วงที่จะส่งคำสั่งด้วย เพราะค่าเฉลี่ยอาจซ่อนวันที่แทบไม่มีการซื้อขาย
3. ความผันผวนต้องเหมาะกับแผน
หุ้นต้องเคลื่อนไหวพอให้มีโอกาสหลังต้นทุน แต่ความผันผวนสูงทำให้จุดตัดขาดทุนห่างและขนาดสถานะควรเล็กลง ใช้ ATR เทียบราคาเพื่อเปรียบเทียบหุ้นต่างระดับราคา อย่าตีความการแกว่งแรงว่าเป็นโอกาสโดยไม่ประเมินความเสียหาย
4. ความแข็งแกร่งเทียบตลาด
เปรียบเทียบผลตอบแทนหุ้นกับดัชนีและกลุ่มอุตสาหกรรมในช่วงเวลาเดียวกัน หุ้นที่รักษาระดับได้ขณะตลาดอ่อนอาจน่าสนใจ แต่ไม่รับประกันว่าจะขึ้นต่อ ความแข็งแกร่งเทียบตลาดเป็นการเปรียบเทียบสินทรัพย์ ส่วน RSI เป็นอินดิเคเตอร์โมเมนตัมของราคาเอง
5. ให้กราฟยืนยันบริบท
หลังผ่านตัวกรองให้ตรวจแนวโน้ม แนวรับ แนวต้าน และพื้นที่ก่อนถึงอุปสรรคถัดไป หลีกเลี่ยงการไล่ซื้อเมื่อราคาไกลจากจุดยกเลิกแผน ตรวจวันประกาศผลประกอบการและเหตุการณ์สำคัญที่อาจทำให้เกิดช่องว่างราคา
6. รายการติดตามที่ใช้ตัดสินใจได้
สำหรับแต่ละหุ้นให้จดสัญลักษณ์ เหตุผลที่สนใจ เงื่อนไขเข้า จุดตัดขาดทุน ขนาดที่คำนวณได้ และวันที่ทบทวน ใช้การแจ้งเตือนช่วยลดการเฝ้ากราฟ รายการสั้นที่มีแผนชัดเจนมีประโยชน์กว่ารายชื่อยาวที่ไม่รู้ว่าจะลงมือเมื่อไร
7. ทบทวนและทดสอบตัวกรอง
ลบหุ้นที่ไม่ตรงเงื่อนไขและบันทึกทั้งโอกาสที่เลือกกับที่ข้าม เมื่อตรวจย้อนหลังให้ใช้กลุ่มหุ้นและข้อมูลที่มีในเวลานั้น รวมหุ้นที่หายไปจากตลาด ตัวกรองช่วยลดงานค้นหา แต่ยังต้องมีกฎเข้าออกและการบริหารความเสี่ยง
อ่านต่อ
การวิเคราะห์ทางเทคนิค: อ่านกราฟหุ้นอย่างไร · วิธีสร้างระบบเทรด · รูปแบบกราฟที่ใช้ในการเทรด · การบริหารความเสี่ยงและขนาดสถานะ · จิตวิทยาการเทรด: ทำตามแผนอย่างไร · ศัพท์การเทรดหุ้น: 66 คำสำคัญ
อ่านต่อในหนังสือภาษาไทย
Trade Stocks Like A.I. ขยายหัวข้อเหล่านี้ด้วยตัวอย่างกราฟ กฎการเทรด และสถานการณ์จริง