1. วัดกระบวนการแยกจากผลลัพธ์
การเทรดที่ทำตามกฎอาจขาดทุน และการตัดสินใจที่เสี่ยงเกินแผนอาจบังเอิญได้กำไร ประเมินคุณภาพจากข้อมูลที่มีตอนตัดสินใจ ไม่ใช่รู้ผลแล้วค่อยตัดสิน ระบบต้องผ่านการทดสอบด้วย เพราะวินัยอย่างเดียวไม่ทำให้กฎที่เสียเปรียบทำกำไร
2. ความกลัวตกรถ
เมื่อเห็นราคาวิ่งแรง ความรู้สึกว่าต้องเข้าตอนนี้อาจทำให้ละเลยจุดตัดขาดทุนและขนาดสถานะ เขียนเงื่อนไขเข้าล่วงหน้า หากไม่เข้าเกณฑ์ให้ข้าม การพลาดโอกาสหนึ่งครั้งไม่ทำให้ต้องเสี่ยงนอกระบบ และราคาที่วิ่งไปแล้วไม่ได้รับรองทิศทางถัดไป
3. การไม่ยอมรับขาดทุน
ความเจ็บปวดจากการเสียเงินอาจทำให้ถือสถานะที่สมมติฐานใช้ไม่ได้ หรือขายกำไรเร็วเกินแผน เงินที่เสียไปแล้วไม่ใช่เหตุผลให้เสี่ยงเพิ่ม ถามว่าหากยังไม่มีสถานะ ข้อมูลตอนนี้สนับสนุนการเข้าหรือไม่ และปฏิบัติตามกฎออกที่กำหนดไว้
4. หยุดวงจรเทรดเอาคืน
หลังแพ้อาจอยากเพิ่มขนาดหรือเข้าใหม่ทันทีเพื่อให้ยอดกลับมา กำหนดเวลาพักและขีดจำกัดขาดทุนล่วงหน้า เมื่อถึงขีดจำกัดให้หยุดส่งคำสั่งและทบทวนอย่างเป็นระบบ การพักช่วยลดโอกาสที่อารมณ์จะเปลี่ยนขนาดความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว
5. อคติในการอ่านข้อมูล
อคติยืนยันทำให้เลือกเห็นเฉพาะสิ่งที่สนับสนุนความเชื่อ อคติจากเหตุการณ์ล่าสุดทำให้ให้น้ำหนักผลไม่กี่ครั้งมากเกินไป ส่วนการยึดติดราคาเข้าทำให้รอจุดคุ้มทุนโดยไม่ดูบริบท เขียนหลักฐานที่ขัดแย้งกับแผนและประเมินจากหลายการเทรด
6. รายการตรวจสอบก่อนส่งคำสั่ง
ตรวจว่าหุ้นผ่านเกณฑ์ สัญญาณเกิดจริง จุดยกเลิกแนวคิดชัดเจน ขนาดสถานะอยู่ในงบ และความเสี่ยงรวมไม่เกินเพดาน ตรวจข่าวและประเภทคำสั่ง หากตอบไม่ได้ให้ชะลอการตัดสินใจ รายการตรวจสอบควรสั้นและใช้ได้จริงทุกครั้ง
7. บันทึกเพื่อปรับพฤติกรรม
จดเหตุผลเข้าออก ภาพกราฟ ความเสี่ยง ผลในหน่วย R ต้นทุน และการทำตามกฎ เพิ่มบันทึกอารมณ์และความล้าหากเกี่ยวข้อง ทบทวนเป็นรอบเพื่อหาข้อผิดพลาดซ้ำ แล้วเลือกแก้ทีละพฤติกรรม หากการเทรดกระทบชีวิตหรือควบคุมตนเองไม่ได้ ให้หยุดและขอความช่วยเหลือที่เหมาะสม
อ่านต่อ
การวิเคราะห์ทางเทคนิค: อ่านกราฟหุ้นอย่างไร · วิธีสร้างระบบเทรด · รูปแบบกราฟที่ใช้ในการเทรด · การบริหารความเสี่ยงและขนาดสถานะ · วิธีคัดกรองหุ้นสำหรับการเทรด · ศัพท์การเทรดหุ้น: 66 คำสำคัญ
อ่านต่อในหนังสือภาษาไทย
Trade Stocks Like A.I. ขยายหัวข้อเหล่านี้ด้วยตัวอย่างกราฟ กฎการเทรด และสถานการณ์จริง